11.30.2554

บทที่ 6


เป็นเวลาตลอดหลายชั่วโมงที่ลูซิเฟอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวประจำไม่ขยับไปไหน แววตาที่ดูเลื่อนลอยและว่างเปล่าของเขาจ้องมองท้องฟ้าขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับไป ก่อนที่ดวงตานั้นจะถูกปิดลงและจมดิ่งเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันอีกครั้ง

ที่นี่มัน

ภาพของทุ่งหญ้าในชนบทกับท้องฟ้าสีครามสดใสที่ไกลจนสุดลูกหูลูกตา ตัวของลูซิเฟอร์ในอดีตที่กำลังเดินเล่นไปตามแนวของทุ่งหญ้าอย่างสบายใจ รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เมื่อเขาเริ่มคิดว่าบางทีในตอนนี้ เขาอาจจะกลายเป็นผู้ชายที่กำลังมีความสุขที่สุดในโลกก็เป็นได้
ในที่สุดวันนี้ที่เขาเฝ้ารอมาตลอดก็มาถึง เขาอยากจะตะโกนบอกใครต่อใครที่เดินผ่านไปมาให้ดัง ๆ ว่า ตัวเขาในตอนนี้มีความสุขมากเพียงใด ที่อีกแค่ไม่ถึงชั่วโมงเขาจะได้เข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขารัก
คุณลูซิเฟอร์!!!! คุณลูซิเฟอร์ครับ!!!!”เสียงโวยวายจากชายคนหนึ่งที่วิ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างแตกตื่น ปลุกให้ลูซิเฟอร์ตื่นขึ้นจากภวังค์
มีอะไรหรอครับ คุณฟิลล์
คือ...คือว่าที่โบสถ์
คำพูดที่ดูเหนื่อย ๆ และฟังไม่ค่อยรู้เรื่องของชายคนนั้น ถึงกับทำให้รอยยิ้มที่อยู่บนหน้าของลูซิเฟอร์เลือนหายไป ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งตรงไปยังโบสถ์ที่อยู่ห่างออกจากตัวหมู่บ้าน
และสุดท้ายสิ่งที่เขาคิดวาดเอาไว้ถูกเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เขาได้เห็นภาพเพลิงไหม้ที่กำลังลุกท่วมโบสถ์ เสียงโหยหวนมากมายของเหล่าผู้คนที่ยังคงติดอยู่ในนั้นปลุกให้เขารู้สึกตัว
แพม!!!!”ลูซิเฟอร์วิ่งตรงไปยังตัวโบสถ์ทันทีที่เริ่มตั้งสติได้
ปึ้ง !!!!
ประตูที่ถูกผลักออก ทำให้กลุ่มควันที่อัดแน่นอยู่ด้านนอกฟุ่งออกมา ลูซิเฟอร์ค่อย ๆ เอามือปัดควันที่อยู่ตรงหน้าออก ทำให้เห็นสภาพด้านในได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
ไฟที่ลามไปติดตามผนังและเก้าอี้ยาวที่ถูกทำด้วยไม้ ทุกอย่างที่ล้วนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเริ่มทำให้ไฟลุกแรงขึ้น
แพม เธออยู่ไหน!!!!”
ลูซิเฟอร์ที่ยืนมองภาพสภาพโดยรวมอยู่ที่ประตูพร้อมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างกระวนกระวาย  แล้วดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อไปสะดุดกับร่างของหญิงสาวในชุดขาวที่นอนสลบอยู่อีกมุมด้านหนึ่งของตัวโบสถ์
แพม!!!!”ลูซิเฟอร์วิ่งฝ่าเข้าไป ค่อย ๆ ช้อนร่างของแพมเมอรี่เข้าสู่อ้อมกอด
แพม!!!! ตื่นซิ เลิกล้อเล่นกันได้แล้ว!!!!” น้ำตาที่เริ่มไหลคลอของเขาค่อย ๆ หยดลงบนใบหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะอุ้มร่างของเธอขึ้นอย่างไม่รอช้า
ไฟที่ยิ่งโหมแรงขึ้นและลามจนปิดช่องทางเดินทางเดียวของเขา ทำให้ทั้งสองติดอยู่กลางกองเพลิงที่ลุกอย่างโชติช่วง ควันไฟเริ่มเข้าแทรกแซงอากาศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจนทำให้แถบจะไม่เหลือออกซิเจนพอที่จะไปเลี้ยงสมอง และนั้นก็ทำให้ประสาทสัมผัสบางส่วนของลูซิเฟอร์เริ่มใช้การไม่ได้  เขาที่ยังคงพยายามครองสติเอาไว้ตัดสินใจวิ่งฝ่ากองเพลิงออกไป
และด้วยการตัดสินใจนั้น ทำให้ทั้งสองหลุดออกมาจากกลางวงเพลิงได้ เปลวไฟที่แผดเผาเนื้อตัวของทั้งสองคนจนเกิดรอยไหม้ โดยเฉพาะกับลูซิเฟอร์ที่พยายามเอาตัวเองเข้ากันร่างของแพมเมอรี่เอาไว้ ก็ทำให้เขาบาดเจ็บไปเกือบทั้งตัว
ลูซิเฟอร์วิ่งหลบหลีกมาตลอดจนถึงหน้าประตูและทันทีที่เขาใช้มือผลักประตูออกไป
เพล้ง !!!!
ความร้อนจากเปลวไฟทำให้กระจกสีที่อยู่ด้านบนแตกลงมา เศษของกระจกที่แตกตกร่วงลงมาที่หน้าของลูซิเฟอร์ที่แหงนขึ้นไปมอง
ปึ้ง!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ร่างของแพมเมอรี่ล้มลงพร้อมกับลูซิเฟอร์ เศษเล็กเศษน้อยที่ร่วงลงมาฝังเข้ากับใบหน้าและกระเด็นเข้าที่ตาข้างซ้ายของลูซิเฟอร์
อ๊ากกกกกกกก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ลูซิเฟอร์ร้องครวญครางด้วยความทรมานพร้อมกับหยดเลือดที่ไหลออกมาจากตาข้างซ้ายนั้น
มือข้างหนึ่งของลูซิเฟอร์ค่อย ๆ เอื้อมไปหาร่างของแพมเมอรี่ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเขาก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง
..................................................................................................................

แสงจากดวงอาทิตย์ปลุกให้ลูซิเฟอร์ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา มือของเขารีบจับผ้าพันแผลที่พันทับตาซ้ายด้วยความตกใจทันทีที่ได้สติ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ลดมือลง เมื่อสังเกตเห็นสภาพห้องที่ถูกเก็บกวาดจนเรียบร้อย
อรุณสวัสดิ์ฮะ นายท่านพอซเข้ามาทักทายผู้เป็นนายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
.....
คือตอนที่นายท่านหลับ ผมได้เข้ามาทำความสะอาดที่นี่น่ะฮะ
.....
.....
.....
                อ๋อ เกือบลืมไปฮะ เมื่อกี้มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาหานายท่านด้วยฮะและนั้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่มานี่ ที่คำพูดของพอซจะทำให้ลูซิเฟอร์ดูสนใจได้มากถึงขนาดนี้
ลูซิเฟอร์ดูมีท่าทีแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน
                เขาอยู่ไหน
                อยู่ที่ห้องโถงฮะ
เมื่อสิ้นสุดคำพูด ลูซิเฟอร์ก็รีบเดินออกมาจากห้องอย่างกระวนกระวายโดยไม่ลืมที่จะคว้าอาวุธที่แขวนผนังอยู่ติดมือไปด้วย ทันทีที่ลูซิเฟอร์เดินมาจนถึงหัวบันไดก็พบกับชายคนหนึ่ง ที่ยืนรออยู่ด้านล่าง
ชายคนนั้นจะเงยหน้าขึ้นหันไปทางบันไดเหมือนรับรู้ได้ถึงการมาของลูซิเฟอร์
สวัสดีครับชายแปลกหน้ากล่าวทักทายลูซิเฟอร์ด้วยรอยยิ้ม
.....
ชายคนนั้นมองพิจารณาร่างที่อยู่ด้านบนก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นอาวุธที่อยู่ในมือของลูซิเฟอร์
 ผมว่าเราควรจะมาคุยกันดี ๆ นะครับเขาส่งยิ้มให้ลูซิเฟอร์อย่างขี้เล่น
.....
 อ๋อ...เกือบเสียมารยาท ผมกาเบรียล ดีสเซ็นต์ ยินดีที่ได้รู้จักครับกาเบรียลก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการแนะนำตัว
.....
งั้นผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ คุณลูซิเฟอร์ อลิเดเซ่กาเบรียลรีบเอ่ยขึ้น เมื่อตัวเขานั้นเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่ลูซิเฟอร์มองมาทางเขา
แกเป็นใครกันแน่!!!!”ดวงตาของลูซิเฟอร์เบิกกว้างขึ้นพร้อมกับอาวุธในมือที่ถูกชูขึ้น
ใจเย็นซิครับ ผมกาเบรียล ก็คือกาเบรียลซิครับ จะให้เป็นใครได้ แหม...เก็บอาวุธก่อนซิครับ
.....
ถ้าผมพูดถึงองค์กร ดูเหมือนว่าเราจะคุยกันง่ายขึ้นนะครับ
.....อาวุธที่อยู่ในมือของลูซิเฟอร์ค่อย ๆ ลดลง ก่อนที่เขาจะคิดถึงคำพูดที่ผู้บุกรุกเคยบอกไว้กับเขา
เฮ้อ...ผมชักเมื่อยแล้วล่ะ ขอผมนั่งจิบชา แล้วเราค่อยคุยกันเถอะครับกาเบรียลเริ่มแสดงอาการบิดขี้เกียจก่อนที่จะหันมาส่งยิ้มให้ลูซิเฟอร์อีกครั้ง

11.21.2554

บทที่ 5


ร่างของชายผู้บุกรุกถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ ก่อนผ้าที่สวมหัวเพื่อปกปิดใบหน้านั้นจะถูกดึงออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงแล้ว ลูซิเฟอร์ก็จัดการรื้ออาวุธที่ซ่อนอยู่ออกมากองกับพื้นด้านนอก
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงร่างที่ไร้สตินั้นก็รู้สึกตัวขึ้น 
ที่นี่ที่ไหนเนี่ย โอ๊ย...ปวดหัวว่ะเขาพึมพำกับตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่จะรู้ว่าตัวของเขานั้นถูกจับมัดไว้ติดกับเก้าอี้
เฮ้ย นี่มันอะไรกันวะ!!!!”เขาเริ่มเอะอะโวยวายด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างของเขาถูกมีดเสียบทะลุติดอยู่
ทางด้านของลูซิเฟอร์ที่กำลังนั่งเรียงอาวุธเล่นอยู่นั้น เมื่อเขาเห็นว่าเหยื่อนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว จึงเริ่มแสยะยิ้มออกอย่างพึงพอใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหา
นะ นี่แก
คิก คิก คิก คิก
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ลูซิเฟอร์ที่เดินตรงเข้ามาเอานิ้วของตัวเองกดลงไปที่บริเวณบาดแผลที่มืออย่างไม่รอช้า ทำให้เลือดไหลทะลักออกมา นัยน์ตาที่เบิกกว้างสะท้อนให้เห็นสีหน้าที่กำลังทรมานและเจ็บปวด ทำให้เหงื่อนั้นแตกพรากออกมา รวมไปถึงประสาทการรับรู้เกือบทั้งหมดล้วนเริ่มแข็งทื่อ
 คิก คิก คิก คิกลูซิเฟอร์รีบคลายนิ้วออกก่อนที่ชายตรงหน้าเขาจะสลบลงไปอีกครั้ง
ฉึก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
มีดที่เสียบอยู่นั้นถูกดึงออกจากมือข้างหนึ่ง ก่อนที่ลูซิเฟอร์กระชากศีรษะของเหยื่อขึ้นพร้อมกับคอเชิดรับกับใบมีดที่จี้อยู่อย่างพอดิบพอดี
แก-เป็น-ใครลูซิเฟอร์เริ่มลากเสียงอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะเชิดหน้าขึ้นจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
.....
จะไม่ยอมบอกมาดี ๆ ใช่มั้ยมีดที่ถูกจี้คออยู่ค่อย ๆ ลดลงและเริ่มบรรจงกรีดเข้าที่เนื้อส่วนแขนแทน
อ๊ากกกกกกกก!!!!
เนื้อที่ถูกกรีดจนลึกถูกเปิดออกทำให้เห็นกระดูกยาวมาถึงข้อมือและมาสิ้นสุดที่ระหว่างนิ้ว ชายผู้บุกรุกจ้องมองนิ้วมือของตัวเองที่แหว่งออกจากกันก่อนที่จะหันกลับมามองลูซิเฟอร์ด้วยความรู้สึกหวาด ๆ
จะ เจ็บ พะ พอได้แล้ว ฉะ ฉัน...ฉันจะ ยะ ยอมบอก...ขอร้องเถอะนะเขาเริ่มเอ่ยปากขอความเมตตาพร้อมกับน้ำตาแห่งความทรมาน
คิก คิก คิก คิกลูซิเฟอร์จ้องมองเนื้อกระดูกสีขาวเนียนที่อยู่ภายในด้วยดวงตาที่เบิกกว้างก่อนที่จะสลับขึ้นไปมองสีหน้าที่กำลังทรมานของชายผู้บุกรุก รอยยิ้มของลูซิเฟอร์ค่อย ๆ ถูกแสยะออกก่อนที่จะปฏิบัติในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำขอ
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ผู้บุกรุกร้องด้วยความทรมานอีกครั้ง เมื่อมือทั้งสองข้างของลูซิเฟอร์แหวกเนื้อส่วนเปิดอยู่ให้กว้างขึ้น เลือดที่ไหลอยู่ในตอนแรกไหลทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย เนื้อส่วนที่เปิดอยู่แล้วฉีกกว้างขึ้นเผยให้เห็นส่วนของกระดูกสีขาวเนียนชัดมากกว่าเดิม
คิก คิก คิก คิก
อ๊ากกกกกกกก!!!!
 พะ พอแล้ว...
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ขอร้อง...พอซะที!!!!”
ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ขอร้อง!!!!”ชายผู้บุกรุกเริ่มกล่าวทั้งน้ำตา
ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!! คิก คิก คิก คิกลูซิเฟอร์หยุดชะงักมองเนื้อส่วนแขนที่ฉีกออกจากกันจนเละ ก่อนที่จะง้างมีดที่อยู่ในมือขึ้นและจ้วงเข้าไปกรีดที่เนื้อส่วนอื่น ๆ ของร่างกายอย่างไม่ยั้งมือ
อ๊ากกกกกกกก!!!!
คิก คิก คิก คิก
อ๊ากกกกกกกก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
 เพียงเวลาไม่นานร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยเลือด น้ำนัยน์ตาเริ่มไหลออกมาคลอด้วยความเจ็บปวด เลือดที่เสียออกไปเริ่มทำให้สติของเขาคงไม่ค่อยอยู่ ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นพร่ามัวไปหมด
คิก คิก คิก แกเป็นใคร...ลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับกระชากศีรษะของผู้บุกรุกเชิดขึ้นสบเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของเขา
.....
คิก คิก คิก ใครส่งแกมา คิก คิก คิก
.....
และมาเพราะอะไร คิก คิก คิก
.....คำถามมากมายถูกยิงมาใส่เขา สภาพของเขาในตอนนี้ ทำให้เขานึกอะไรไม่ออก ความทรงจำที่เริ่มบิดเบี้ยว ทำให้ตัวเขาเองเริ่มสับสนก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง
..................................................................................................................

อ๊ากกกกกกกก !!!!
เสียงร้องอย่างทรมานดังไปทั่วคฤหาสน์ในยามเช้า ทำให้พอซที่นอนสัพหงกอยู่ตรงทางเดินค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นก่อนที่จะเริ่มลุกขึ้นเดินหาต้นเสียงจนไปหยุดอยู่ที่ห้องเมื่อคืน
ก๊อก ๆ ก๊อก
พอซเคาะลงที่ประตูอย่างเป็นมารยาทก่อนเปิดเข้าไป
และภาพที่เห็นตรงหน้าถึงกับให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ทั้งสภาพร่างที่แถบจะไม่เหลือเค้าเดิมของชายที่ถูกพามาเมื่อคืน และกลิ่นคาวเลือดที่ฟุ่งทั่วห้อง สิ่งเหล่านั้นเริ่มทำให้พอซรู้สึกคลื่นไส้อย่างถึงที่สุด
พอซรีบเอามือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดที่ปากและจมูกเอาไว้ก่อนที่เขาจะอาเจียนของเก่าออกมา
.....ลูซิเฟอร์หันมามองเด็กหนุ่มที่กำลังดูแย่ก่อนที่จะหันกลับไปมองร่างที่ไร้สติของชายตรงหน้า
ไปตักน้ำขึ้นมาและก็...ผสมเกลือลงไปด้วยลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นลอย ๆ
พอซที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อได้ยินจึงรีบวิ่งลงไป ไม่นานถังน้ำเกลือถูกยกขึ้นมาและถูกนำมาตั้งไว้ที่ข้างตัวของลูซิเฟอร์ ก่อนที่น้ำในถังจะถูกสาดลงบนตัวของชายที่ไร้สติ
อ๊ากกกกกกกก!!!!
เขาร้องขึ้นด้วยความทรมานพร้อมกับสติที่ถูกเรียกคืนมา ก่อนที่เขาจะดิ้นอย่างทุรนทุรายอยู่บนเก้าอี้ น้ำเกลือเริ่มไหลซึมเข้าไปตามบาดแผลฉกรรจ์นั้น ทำให้เลือดถูกล้างออกมาและไหลเข้าไปผสมกับน้ำที่นองอยู่กับพื้น
ลูซิเฟอร์ที่เห็นว่าชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาไม่มีแรงพอที่จะดิ้นต่อได้แล้ว จึงเริ่มจัดการกระชากศีรษะของเขาขึ้นมาอีกครั้ง
อ๊ากกกกกกกก!!!!
คิก คิก คิก ไหน...ใครส่งแกมา
.....
คิก คิก คิก คิก ดูเหมือนว่าปากแกมันจะดูเล็กเกินไปนะ งั้นฉันจะช่วยกรีดปากแกให้กว้างขึ้นหน่อยดีมั้ย จะได้ตอบคำถามของฉันได้ง่ายขึ้น คิก คิก คิกลูซิเฟอร์ที่ค่อย ๆ แสยะยิ้มออกเริ่มใช้มือบีบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของชายตรงหน้าพร้อมกับคว้ามีดเล่มที่อยู่ในกองตรงพื้นขึ้นมา
คิก คิก คิก คิก จะเริ่มละนะ คิก คิก คิก
อะ องค์กรมีดที่อยู่ในมือของลูซิเฟอร์หยุดชะงักลง ทันทีที่คำพูดเบา ๆ ถูกเอ่ยขึ้นก่อนที่จะมีเพียงแค่เสียงลมหายใจที่รวนรินเท่านั้นที่ดังก้องออกมา
.....
.....
.....
.....
หลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของชายที่อยู่ตรงหน้าอีก คอของเขาตกลงทันทีที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายสิ้นสุด
.....มือที่ถือมีดอยู่ของลูซิเฟอร์ค่อย ๆ ลดลง
ขะ เขาตาย ละ แล้วใช่มั้ยฮะพอซที่ยืนดูเหตุการณ์มาตลอดเอ่ยถามขึ้น
คิก คิก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”ลูซิเฟอร์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ก่อนที่มือของเขาค่อย ๆ ลูบไปบนเปลือกตาที่ยังคงปิดไม่สนิทของร่างนั้น
          คิก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”ดวงตาที่เบิกกว้างของเขาเริ่มจ้องมองร่างที่ไร้ลมหายใจ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเด็กหนุ่มที่กำลังขวัญเสีย

11.17.2554

บทที่ 4


เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน คืนนี้จัดเป็นคืนหนึ่งที่ลมพัดแรง กิ่งไม้ที่ลู่ไปตามสายลม เงาของใครบางคนที่เคลื่อนไหวไปมาระหว่างกิ่งของต้นไม้
ภายในห้องที่ตลบอวบอวนไปด้วยกลิ่นซากศพของเจ้าแมวดำที่ตายไปเมื่อหลายคืนก่อน เริ่มเน่าและส่งกลิ่นเหม็น
ร่างของลูซิเฟอร์ที่ดูเหน็ดเหนื่อยจากเหตุการณ์ตลอดทั้งบ่ายของวันนี้ ทำให้เขาเผลอหลับไปบนเก้าอี้รับแขกตัวประจำของเขา ร่างที่หลับสนิท ทำให้ไม่ยินการเคลื่อนไหวของเหล่ากิ่งไม้ที่แตกต่างออกไปจากทุกที
แล้วจะเอาไงต่อล่ะการสนทนากันเองถูกเริ่มขึ้นเมื่อเห็นเป้าหมายที่กำลังหลับอยู่อย่างไม่ระวังตัว
เบื้องบนสั่งมาให้จัดการเร็วที่สุดเมื่อตกลงกันเรียบร้อย เงาหนึ่งก็เริ่มเคลื่อนไหวลัดเลอะลงไปตามกิ่งไม้ เพื่อไปยังระเบียงห้องข้าง ๆ ด้วยความเงียบ
เมื่อตัวของผู้บุกรุกลงมาถึงพื้นระเบียง มีดสั้นที่ถูกซ่อนไว้ในตัวของเขาถูกนำออกมาเตรียมพร้อม ผู้บุกรุกก้าวเดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดรอดออกไปจนทำให้เป้าหมายรู้ตัว ไม่นานผู้บุกรุกก็สามารถเข้ามาในได้ถึงภายในห้องที่เป้าหมายอยู่ได้
เชิงเทียนที่ไม่ได้ถูกจุดทำให้ผู้บุกรุกต้องอยู่ในความมืด สิ่งเดียวที่ช่วยเขาได้คือแสงจากดวงจันทร์ เขาพยายามจะไม่วอกแวกสนใจสภาพแวดล้อมที่อยู่ในห้องนี้ ถึงแม้จะมีกลิ่นเหม็นเน่าจากซากของศพก็ตาม เมื่อผู้บุกรุกเริ่มเข้าประชิดตัวเป้าหมายได้ มีดที่อยู่ในมือถูกง้างออกพร้อมที่จะดับลมหายใจของเป้าหมาย
แกเป็นใครร่างที่อยู่บนเก้าอี้เปิดปากถามผู้ที่บุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์
ผู้บุกรุกที่เข้ามาแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่อยากจะเชื่อว่าแผนการที่ถูกวางไว้จะถูกล่วงรู้
ฉันถามว่าแกเป็นใคร!!!!”เปลือกตาที่ปิดอยู่ถูกลืมขึ้น เชิงเทียนที่ถูกวางบนโต๊ะเล็กใกล้มือถูกคว้าขึ้นมาและเข้าปะทะกับมีดสั้นที่อยู่ในมือผู้บุกรุก
แรงที่เข้าปะทะนั้นมากเกินกว่าที่ผู้บุกรุกจะรับได้ เขาจึงดีดร่างของตัวเองกลับไปด้านหลังและเมื่อเป้าหมายรู้ตัวก็พุ่งเข้าไปปะทะกับผู้บุกรุกทันทีที่ปลายเท้าของอีกฝ่ายลงแตะพื้น
ลูซิเฟอร์ใช้เชิงเทียนทุบลงไปที่มีดสั้นของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยความเร็วและแรงที่ดูห่างชั้นกันจนเกินไป ทำให้ทันทีที่ฝ่ายของบุกรุกนั้นสลัดตัวหลุดออกได้ ก็รีบวิ่งหนีกลับไปตั้งหลัก
คิก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!  จะไปไหน!!!”ลูซิเฟอร์วิ่งตามผู้บุกรุกลงไปตามบันได ตอนนี้เขาเริ่มกลับมาสนุกกับมันอีกครั้ง คนที่เขากำลังไล่ตามอยู่นี่ไม่ใช่แค่พวกที่ฝีมือกระจอก ๆ เหมือนที่ผ่านมา ทั้งทักษะด้านการต่อสู้  วิธีการป้องกันและความเร็วดูราวกับคนที่ถูกฝึกมาดีหรือไม่ก็เป็นพวกที่อยู่กับการต่อสู้มาเป็นเวลานาน
ลูซิเฟอร์ที่เห็นว่าผู้บุกรุกนั้นได้ลงไปถึงด้านล่าง เขาก้มมองเชิงเทียนที่อยู่ในมือเล็กน้อยก่อนจะเริ่มแสยะยิ้มออกและขว้างเชิงเทียนนั้นเข้าหาผู้บุกรุก
ด้านผู้บุกรุกเองที่รู้ทันจึงใช้มีดที่อยู่ในมือปัดเชิงเทียนนั้นออกก่อนที่มันจะถึงตัว
แกนี่มันตามตื้อจริง ๆ เลย!!!!”เมื่อฝ่ายผู้บุกรุกเห็นว่าในมือของเป้าหมายไม่มีอะไรแล้ว เขาจึงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปประชิดตัวบ้าง และมีดที่อยู่ในมือของเขานั้นก็เสียบเข้ากับร่างของลูซิเฟอร์ที่ยืนเป็นเป้านิ่ง
ฉึก!!!!
มีดสั้นถูกเสียบทะลุร่างของลูซิเฟอร์ติดเข้าที่ผนัง เลือดของเขาเริ่มไหลออกมาทับถมกับคราบเลือดแห้ง ๆ บนเสื้อสูท ลูซิเฟอร์ก้มหน้าลงจ้องมองมีดที่ถูกแทงทะลุตัวเล็กน้อยก่อนที่จะกระชากมันออกมาราวกับไม่รู้สึกอะไร และนั้นก็ทำให้เลือดที่คลั่งอยู่ด้านในไหลทะลักออกมา
คิก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!  มันต้องแบบนี้ซิถึงจะสนุก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”เสียงหัวเราะที่ดังขึ้น ทำให้ผู้บุกรุกที่กำลังเดินจากไปหันกลับมาดู เขาแถบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นยังคงหายใจอยู่
 คิก คิก คิก ตกลงแกเป็นใครกันลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพรางใช้ปลายลิ้นบรรจงเลียลงที่ใบมีด เมื่อใบมีดนั้นถูกเลียจนพอใจแล้ว ลูซิเฟอร์ก็ค่อย ๆ ลดมีดลงก่อนที่จะพุ่งตัวเขาไปห้องผู้บุกรุกที่ยืนตะลึงอยู่ และเพียงไม่กี่วินาทีคอของอีกฝ่ายก็ถูกจี้ด้วยปลายมีด

ทางด้านของผู้บุกรุกอีกคนหนึ่งที่กำลังรออยู่ด้านนอก เขาเริ่มรู้สึกว่าเวลาที่เพื่อนของเขาเข้าไปนั้นมันนานเกินไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจตามเข้าไป
เมื่อเขาได้เข้ามาในคฤหาสน์นั้น เขาที่เห็นว่าเพื่อนนั้นกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากจึงชักมีดที่ซ่อนอยู่ขึ้นมาก่อนที่จะค่อย ๆ ตรงเข้าไปหาเป้าหมายด้วยความเงียบ
ฉัน-ถาม-ว่า-แก-เป็น-ใครขณะที่ลูซิเฟอร์กำลังสนใจอยู่กับผู้บุกรุกโดยไม่ทันได้รู้สึกถึงคมมีดของชายอีกคนที่อยู่ด้านหลัง ทำให้ในตอนนี้อีกเพียงไม่กี่ก้าวชายคนนั้นก็จะถึงตัวของเขา แต่แล้วเสียงของอะไรบางอย่างก็ทำให้เขารู้สึกตัว
เพล้ง!!!!
ลูซิเฟอร์เบนความสนใจออกจากชายที่อยู่ตรงหน้าหันกลับไปมองทางต้นเสียง ร่างของชายผู้บุกรุกอีกคนสลบล้มลงพื้นพร้อมกับเศษของแจกันที่ถูกฟาดจนแตก ลูซิเฟอร์มองสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะมองเลยขึ้นไปถึงตัวต้นเหตุที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง
ลูซิเฟอร์นิ่งพิจารณาเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถอดสายตาออกและหันกลับมาสนใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
ท่าทางดูเหมือนแกจะไร้ประโยชน์แล้วซินะลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นพรางแสยะยิ้ม ก่อนที่มีดในมือนั้นจะฟันเข้าที่คออย่างไร้ความปรานี
ฉึก!!!!
คมมีดที่ตัดผ่านเข้าเส้นเลือดและหลอดลม ทำให้เลือดที่อยู่ภายในนั้นพุ่งทะลักออกมาสาดเข้าที่เสื้อและใบหน้าของลูซิเฟอร์ก่อนที่มันจะเจิ่งนองลงกับพื้น
นะ นายท่าน
ยังไม่ไปอีกเหรอลูซิเฟอร์เอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังใช้มือลูบลงที่เปลือกตาของร่างไร้ชีวิตให้ปิดลง ก่อนที่เขาจะใช้แขนเสื้อของตัวเองเช็ดเลือดที่แก้มออกและลุกขึ้นเดินไปที่บันได
กะ ก็ผม...ไม่มีที่ไปนี่ฮะ
.....
.....
ลากไอ้นั้นขึ้นมาลูซิเฟอร์หยุดยืนนิ่งอยู่ตรงขั้นบันไดก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นอย่างลอย ๆ
เมื่อสิ้นสุดคำสั่งร่างที่ไร้สติก็ถูกลากไปตามทางเดินที่เงียบสงัด ไม่มีการสนทนาใด ๆ หลุดออกมาจากปากของทั้งสองคน จนกระทั่งร่างนั้นถูกลากมาสิ้นสุดที่ห้อง ๆ หนึ่ง
วางไว้นั้นแล้วจะไปไหนก็ไปลูซิเฟอร์ที่เดินนำหน้ามา หันกลับไปบอกไล่เด็กหนุ่มก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในห้องมืดนั้น

11.07.2554

บทที่ 3


จากมุมมืดอีกห้องหนึ่ง เด็กหนุ่มที่คอยเฝ้าดูอดีตผู้ล่าตายต่อหน้าเขาไป ทีละคน... ทีละคน... กลิ่นตลบอบอวนของคาวเลือดในห้องโถงส่งกลิ่นมาถึงเขา ทำให้เด็กหนุ่มในตอนนี้รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียน
คิก ๆ คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”เสียงหัวเราะของผู้สังหารดังขึ้นหลังจากที่ยืนเงียบอยู่นาน เขาเริ่มลดตัวลง ใช้มือลูบบริเวณดวงตาของเหยื่อให้ปิดลงและในตอนนั้นเองเป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มได้เห็นใบหน้าของชายคนนั้นอย่างชัดเจน
ภาพนั้นทำให้ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าที่ดูคุ้นเคย ผมสีดำที่ถูกปล่อยยาวถึงกลางหลัง ชุดสีขาวที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดนั้น เขายังจำมันได้ดี น้ำนัยน์ตาของเขาเริ่มไหลคลอ
ปึ้ง!!!!
ทันทีที่เด็กหนุ่มเริ่มเดินถอยหลัง ข้อศอกของเด็กหนุ่มชนเข้ากับสิ่งของบางอย่างภายในห้องจนทำให้ชายที่อยู่ข้างนอกรู้ได้ว่าในมุมมืดนั้นยังมีใครบางคนซ่อนตัวอยู่
คิก คิก คิก ยังมีเหลืออีกเหรอดวงตาของเขาเริ่มเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เขากระชากมีดที่ถูกปักอยู่ออกจากร่างของเหยื่อและเดินตรงเข้าไป
นะ นั้นนายท่านใช่มั้ยฮะเขาถึงกลับชะงักลง เมื่อร่างเด็กหนุ่มค่อย ๆ ก้าวออกมาจากเงามืด
ภาพของเด็กหนุ่มในชุดที่ดูมอมแมมถูกสะท้อนอยู่ที่นัยน์ตาที่เบิกกว้างของเขา ถึงแม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็ยังคงเป็นเด็กน้อยคนเดิมคนเดียวกันกับเด็กน้อยที่เขาฝันถึงอยู่บ่อย ๆ
..................................................................................................................

บอกมานะ เอาของที่ขโมยไปซ่อนไว้ไหน!!!”เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ คุณผู้หญิงที่กำลังพยายามซักความจริงจากปากของเด็กน้อยที่คุกเข่าสะอึกสะอื้นอยู่กับพื้น
นี่ คุณผู้หญิงถามก็ตอบไปซิคนสนิทของคุณผู้หญิงกระซิบบอกเด็กน้อย
.....
ฉันถามก็ตอบมาซิ!!!!”คุณผู้หญิงเริ่มมีอาการหงุดหงิด เมื่อไม่ได้รับคำตอบอะไรจากเด็กน้อย
มะ มะ ไม่ได้...เมื่อเด็กน้อยเริ่มเปิดปากพูดไม่ทันไรก็ถูกคุณผู้หญิงตวาดใส่ด้วยความหงุดหงิดอีกครั้ง
โกหก!!!!”
เด็กน้อยที่ไม่สามารถจะโต้ตอบอะไรได้ ก็ทำได้เพียงแค่นั่งตัวสั่นเมื่อเห็นว่าคุณผู้หญิงง้างไม้ที่อยู่ในมือขึ้นเตรียมพร้อมจะฟาด
นายท่านขอรับคนรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายเดินมาก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม เสียงนั้นทำให้การกระทำของคุณผู้หญิงชะงักลง
ไม่เป็นไร ๆชายผู้สูงศักดิ์ทำท่าเขินอายเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้ามาในห้อง
ท่านแม่ ทำอะไรอยู่หรือครับผู้เป็นลูกกล่าวถามมารดาด้วยรอยยิ้ม
อ้าว... นึกว่าใคร  อลิเดเซ่เองเหรอ แม่กำลังจะลงโทษหัวขโมยปากแข็งอยู่น่ะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะผู้เป็นแม่ตอบกลับอย่างสุขุม ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจเด็กหัวขโมยอีกครั้ง
ผู้เป็นลูกจ้องมองเด็กน้อยที่กำลังตัวสั่นด้วยความกลัว
เออ...ท่านแม่ดูเหมือนท่านจะเหนื่อยไปแล้วนะครับ ให้ผมจัดการเองดีกว่าผู้เป็นลูกเดินอ้อมไปด้านหลังและดึงไม้ที่อยู่ในมือของมารดาออก
อือ แม่ก็ว่างั้นแหละ
ครับ ท่านแม่
นี่ เอ็มม่า ฉันขอน้ำชากับของว่างหน่อย ทานด้วยกันมั้ย อลิเดเซ่เธอนั่งลงกับเก้าอี้รับแขกตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ทุกย่างก้าวที่เธอเคลื่อนไหว กิริยาของเธอนั้นช่างดูสงบเสงี่ยมเหมาะกับชุดกระโปรงยาวและต่างหูรูปผีเสื้อที่เธอใส่
ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะพาตัวเด็กคนนี้ไปสอบปากคำเลยดีกว่าพอพูดจบเขาก็เดินจากห้องนั้นไปพร้อมกับเด็กน้อย
..................................................................................................................

แสงแดดยามที่ดูอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิสอดส่องไปตลอดทางเดิน ห้องทำงานของนายท่านผู้นำตระกูลอลิเดเซ่มาหลายชั่วอายุคน และเจ้าของห้องคนปัจจุบันก็คือ นายท่านอลิเดเซ่ที่สิบเจ็ดหรืออีกชื่อหนึ่ง ลูซิเฟอร์ อลิเดเซ่
แอ๊ด... เสียงเปิดประตูดังขึ้นเมื่อทั้งสองเข้ามาถึง ภายในห้องที่มีแค่โต๊ะทำงานและตู้หนังสืออีกสองสามตู้กับชุดรับแขกอีกหนึ่งชุด ห้องที่ดูสว่างปลอดโปร่ง ลมจากหน้าต่างบานใหญ่หลังโต๊ะทำงานที่ถูกเปิดออกถูกพัดเข้ามา ห้องนี้ดูสบายกว่าภาพห้องมืดครึมและน่าเกรงขามที่เด็กน้อยคิดไว้มาก ถึงตอนนี้ตัวของเด็กน้อยจะยังรู้สึกกลัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนที่อยู่กับคุณผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย
เฮ้อ...เสียงถอนลมหายใจอย่างผ่อนคลายของนายท่านลูซิเฟอร์ที่ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างสบายใจ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นลูกที่สืบทอดเชื้อสายมาจากคุณผู้หญิง แม่ของเขา แต่เขากลับดูเป็นกันเองมากกว่าคุณผู้หญิงหลายเท่า
นั่งสิลูซิเฟอร์บอกกับเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน เด็กน้อยค่อย ๆ ก้มตัวลงคุกเข่านั่งกับพื้น
ไม่ใช่ ฉันไม่ได้ให้นายนั่งลงกับพื้นซะหน่อย ไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกตรงโน้นเถอะลูซิเฟอร์พูดพร้อมชี้นิ้วไปที่เก้าอี้รับแขกตัวใหญ่สีขาวที่ดูหรูหรา
เอ๊ะ!!!!”เด็กน้อยถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจและสับสนกับคำพูดของนายท่าน ไม่เคยมีเจ้านายคนไหนสั่งให้เด็กท้ายครัวอย่างเขานั่งบนเก้าอี้ที่ดูหรูหราขนาดนั้น
นั่งไปเหอะ ฉันไม่ว่านายหรอกเด็กน้อยเริ่มลุกลี้ลุกลนไม่รู้จะทำอย่างไรก็ได้แต่ค่อย ๆ หย่อนตัวลงนั่งอย่างเกร็ง ๆ
หึ หึ นายนี่ตลกจริง ๆ เลยนะ เป็นท่อนไม้เหรอเสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างชอบใจและคำพูดที่ดูเหมือนแซวเล่นของผู้เป็นนาย ทำให้เด็กน้อยเริ่มหน้าแดงเพราะความอาย
.....
เอาแบบนี้แล้วกัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายมาติดตามฉันแล้วกันนะ
เรื่องราวของทั้งสองคนถูกหยุดอยู่ตรงนั้น หลังจากที่ตัวเขาเองต้องตื่นขึ้นเพราะเสียงของเด็กหนุ่มคนนั้น
คุณคือนายท่านใช่มั้ยฮะ นายท่านลูซิเฟอร์แห่งตระกูลอลิเดเซ่ คือคุณใช่มั้ยฮะ นายท่านการที่เด็กหนุ่มยิ่งพูดมากเท่าไหร่น้ำตาของเด็กหนุ่มที่คลออยู่ก็เริ่มไหลลงมาอาบแก้มมากขึ้นเท่านั้น ในที่สุดตลอดสามปีที่ผ่านมาที่เขาเร่ร่อนไปมาอยู่ข้างนอกและวันนี้เขาก็ได้พบกับคนสำคัญที่เขากำลังตามหาอยู่
ตุ๊บ...
มือที่ถือมีดพกอยู่ค่อย ๆ คลายออก ทำให้มีดพกนั้นร่วงลงสู่พื้น
ไปซะดวงตาที่เบิกกว้างถูกเปลี่ยนเป็นแววตาที่เลื่อนลอยและว่างเปล่า คำพูดเบา ๆ ถูกเอ่ยออกมาจากปากของอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะหันหลังกลับขึ้นบันไดไป
ดะ เดี๋ยวซิฮะ นายท่านจำผมไม่ได้แล้วเหรอ ผะ ผมพอซไงฮะเด็กหนุ่มวิ่งตามหลังลูซิเฟอร์ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไป
ฉันบอกให้นายออกไปซะ!!!!”ลูซิเฟอร์หันมาตวาด ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปและปล่อยเด็กหนุ่มไว้ด้านหลัง
นายท่านที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดหลายปี ตอนนี้กลับไล่ให้เขาไป พอซ...เด็กหนุ่มที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ ก็ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาของเขาไหลออกมา