10.31.2554

บทที่ 2

ชายผู้เป็นหัวหน้าที่กำลังนั่งรอข่าวดีจากเหล่าลูกน้องของตนอยู่เพียงลำพังโดยไม่ลืมหยิบมีดพกในกระเป๋าออกมาเล่นเพื่อฆ่าเวลา
อ๊ากกกกกก!!!!
เสียงร้องอย่างทรมานของใครบางคนแทรกเข้ามาในหูของเขา เสียงนั้นทำให้เขาเบนความสนใจออกจากมีดพกที่อยู่ในมือ
หึ หึ หึ ตายแล้วเหรอ เร็วกว่าที่คิดแฮะเสียงร้องนั้น ทำให้ผู้เป็นหัวหน้าคิดไปว่า ลูกน้องของเขาคนใดคนหนึ่งคงจะจัดการเหยื่อผู้น่าเวทนาไปแล้ว และหันกลับมาสนใจมีดพกในมืออีกครั้ง
ครืด ครืด... ขวานเงินที่ถูกลากไปตามพื้นดังมาจากด้านบนไม่ไกลมากจากตัวเขา ก่อนที่เขาจะเริ่มเบนความสนใจอีกครั้งไปตามที่มาของเสียง
สายตาที่กวาดไปตามระเบียงชั้นสองและพบเข้ากับชายผู้หนึ่งที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ตรงหัวบันไดด้านบน เสื้อผ้าสีขาวของเขานั้นถูกย้อมไปด้วยหยดเลือด
 เฮ้ย กะ แกเป็นใครวะ!!!!”เขาเริ่มลุกขึ้นตะโกนถามด้วยความตกใจ
คิก คิก คิก คิกผู้ถูกถามค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ทำให้ได้เห็นบางส่วนของใบหน้าที่เปื้อนด้วยเลือด ดวงตาที่เบิกกว้างและรอยยิ้มที่ถูกแสยะออกที่มุมปาก ไม่มีคำตอบใด ๆ หลุดออกมาจากปากของเขามากไปกว่าเสียงหัวเราะก่อนที่จะเริ่มเดินลงบันไดมาอย่างช้า ๆ
ทีละก้าว...
ทีละก้าว...
เฮ้ย ยะ อย่าเข้ามานะโว้ย!!!!”เมื่อเห็นท่าทีไม่สู้ดีเขาจึงชูมืดพกที่อยู่ในมือตอนแรกขึ้นมาอย่างกระวนกระวาย แต่ดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะไม่ทำให้อีกฝ่ายสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
มีมากี่คนคำพูดที่เบาซะจนแถบจะฟังไม่ออก ถูกเอ่ยออกมาจากปากของชายผู้นั้น
อะ อะ อะไรของแกว่ะ ยะ หยุดนะโว้ย ฉันบอกให้หยุดไง อย่าเข้ามา!!!!” มีดพกที่อยู่ในมือถูกชูสูงขึ้นและพร้อมจะแทงอีกฝ่ายทันทีที่เดินมาถึง แต่จู่ ๆ การกระทำของอีกฝ่ายก็ถูกหยุดลงและนิ่งไปราวกับตุ๊กตาไขลาน
.....
.....
ฉันถามว่า...ยังมีของเล่นของฉันเหลืออยู่อีกกี่ชิ้น!!!!”เสียงพูดเบา ๆ เริ่มกลายเป็นเสียงตะคอก
ฉันน่ะนะ...อยากจะเล่นอีก!!!! อยากจะเล่นกับมันอีกเร็ว ๆ!!!!”เมื่อจบประโยคร่างของเขาก็พุ่งหลาลงไปกับบันได
ปึก!!!!
ตัวขวานถูกตบเข้าที่หน้า จนทำให้มีดพกที่กำอยู่ในมือร่วงลงกับพื้นพร้อมกับตัวที่กระเด็นไปติดมุมหนึ่งของห้องโถง
หนอยแก!!!! บังอาจทำกับฉัน แกตาย!!!!” ร่างของชายที่ถูกตบจนเลือดกบปากค่อย ๆ ใช้มือยันตัวเองลุกขึ้นและวิ่งเข้ามาพร้อมกับกำปั้นด้วยความโมโหถึงขีดสุด
คิก คิก คิก คิก งั้นต่อเลยละกันขาทั้งสองข้างเริ่มก้าววิ่งเข้าหาอีกฝ่ายบ้าง มือขวาที่ถูกง้างขึ้นประสานกับมือข้างซ้าย ขวานถูกจามเข้าที่ศีรษะ
ฉึก!!!!
อ๊ากกกกกก!!!!
ด้วยแรงกดของมือทั้งสอง ทำให้ขวานได้ผ่ายาวลึกลงไปถึงคอและอก วินาทีแห่งความตายความรู้สึกทรมานที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่หรือคือความเจ็บปวด สิ่งที่เขาเคยมอบมันให้แก่เหยื่อผู้โชคร้ายหลาย ๆ คน ร่างที่เกือบถูกผ่าเป็นสองซีกสิ้นลมลงในทันที
..................................................................................................................

เสียงที่คุ้นเคยของหัวหน้าดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ ทำให้บรรดาลูกน้องที่เหลืออีกสามคนรีบวิ่งกลับมาที่ห้องโถงด้วยความตกใจ
 หะ หัวหน้าลูกน้องคนหนึ่งในบรรดาสามคนเอ่ยปากขึ้น ทันทีที่เห็นภาพที่น่าสยดสยองของหัวหน้าตนเอง
คิก คิก คิก คิก...ดูเมื่อของเล่นชิ้นนี้จะเป็นเหยื่อล่อชั้นดีเลยนี่หว่า คิก คิก คิก
ตุบ!!!!
มือที่ถือด้ามขวานค่อย ๆ คลายออกปล่อยให้ขวานและตัวของศพตกลงสู่พื้น
ไหน มากันคบรึยัง คิก คิก คิกใบหน้าที่ค่อย ๆ ถูกแหงนขึ้น ทำให้เหล่าแขกเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังไปตาม ๆ กัน
ทำหน้าแบบนั้น ดูเหมือนจะมาคบกันแล้วสินะ น่าเสียดายจริงอยากจะเล่นต่ออีกหน่อย
กะ แกเป็นใคร ตะ ต้องการอะไรชายร่างใหญ่เอ่ยถามขึ้น ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะดูกระวนกระวายเหมือนกับคนอื่น แต่สติของเขากลับยังดูครบถ้วนไม่เหมือนกับเพื่อนของเขาอีกสองที่ดูเหมือนจะสติแตกไปแล้ว
คิก คิก คิก คิก ฉันน่ะเหรอใบหน้าเปื้อนเลือดถูกเชิดสูงขึ้น ปลายลิ้นที่ถูกยื่นออกมาปาดหยดเลือดที่ติดอยู่ใกล้ ๆ กับมุมปาก ดวงตาที่เบิกกว้างจ้องมองของเล่นชุดสุดท้ายอย่างกระหาย
ฉันน่ะเหรอ
หมายถึงฉันสินะ คิก คิก คิก ก็ไม่รู้ซิ คิก คิก คิก
 .....
คิก คิก คิก เอาแบบนี้แล้วกัน... ไหน ๆ พวกแกก็เหลือกันแค่นี้ งั้นเรามาเล่นเกมส์กันหน่อยดีกว่า...เขาเริ่มชวนเหล่าของเล่นของเขาเล่นเกม แต่ดูเหมือนบรรดาของเล่นจะดูไม่ค่อยเข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด
ชายคนหนึ่งที่เงียบมาตลอดและกำลังสติแตกจนถึงขีดสุด เขาเริ่มปล่อยโฮออกมาและพยายามวิ่งไปที่ประตูใหญ่เพื่อหนีออกไป
แต่ด้วยความไม่ทันได้ระวังตัว ผู้คุมเกมที่พุ่งตัวมาด้วยความเร็วจากทางด้านหลัง ทำให้ชายคนนั้นหนีไปไม่พ้น คอของเขาถูกจับด้วยอุ้งมือ ตัวของเขาถูกผลักจนชิดติดกำแพง ตอนนี้น้ำตาของเขาเริ่มเอ่อล้นเพราะความกลัว
ฝ่ามือของอีกฝ่ายที่กำลังล็อคคอของเขาอยู่เริ่มออกแรงบีบและจิกเข้าไปที่คอหอย หลอดลมที่ถูกกดทับเริ่มทำให้เขาหายใจไม่ออก ปากของเขาเริ่มซีดพร้อมกับตาที่ค่อย ๆ เหลือกขึ้น บริเวณคอเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ถูกเล็บจิก และยิ่งเมื่ออีกฝ่ายออกแรงจิกมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้บาดแผลเปิดกว้างขึ้นมากเท่านั้น
แค็ก ๆ แค็ก พะ พอ สะ เสียที ทะ ทะ ทรมาน
คิก คิก คิก คิก พอแล้วเหรอ คิก คิก คิก จะเอาแบบนั้นก็ได้เล็บเริ่มถูกถอดออก และมันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก แต่ก็ต้องกลับมาทรมานอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายเริ่มใช้หัวแม่มือของเขากดทับลงไปแทน
แอ็ก!!!!
ชายผู้ถูกทรมานเริ่มตะเกียกตะกาย เล็บมือของเขาเริ่มข่วนไปตามผนังเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขานั้นทรมานแค่ไหน
กึก!!!!
.....
.....
คิก คิก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”เสียงหัวเราะดังขึ้นเมื่อร่างของชายคนนั้นสงบลง ทันทีที่เขาถูกหักคอ ดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นค่อย ๆ หันกลับมามองชายอีกสองคนที่เหลือ
คนที่ทำผิดกติกาต้องโดนลงโทษคราบเลือดที่ถูกฝังแน่นอยู่ในเล็บ เริ่มถูกบรรจงเลียด้วยปลายลิ้นอย่างน่าขยะแขยงก่อนที่จะกลับมาสนใจของเล่นที่เหลืออยู่
เรามาต่อกันเหอะ ฉันจะเล่นกับพวกแกให้นานกว่าไอ้เจ้าสามคนแรกอีกเขาค่อย ๆ ก้าวเดินตรงมาหาสองคนที่เหลือ
ฉันจะปล่อยให้พวกแกหนี แต่ขอร้อง...หนีให้ทันล่ะคำพูดเหล่านั้นได้จุดประกายความหวังของพวกเขาขึ้นอีกครั้ง
กติกามีข้อเดียว...แค่สิบวิ ถ้าออกไปได้ก็รอด ถ้าไม่ก็ตาย!!!!ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”เขาเริ่มกลับมาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งเมื่อคิดว่าของเล่นของเขาจะทำให้เขาได้สนุกกับมันได้แค่ไหน
หนึ่ง...เมื่อตัวเลขได้เริ่มนับขึ้นเหยื่อที่ดูกระวนกระวายทั้งสองคนเริ่มวิ่งตรงไปที่ประตูอย่างไม่คิดชีวิต
สอง...มีดพกที่ตกอยู่บนพื้นถูกหยิบขึ้นมา เขาเริ่มมองไล่มันตั้งแต่ด้ามไปยังปลายมีดและมองเลยไปที่เหยื่อที่กำลังวิ่งหนีความตายกันอย่างทุลักทุเล
สาม...เท้าที่ถูกก้าวออกตรงไปที่เหยื่อรายหนึ่งด้วยความเร็ว มือด้านซ้ายของเขาเข้ากระชากคอเสื้อของของเล่นชิ้นหนึ่งจากทางด้านหลัง
ปึ้ง!!!
ชายคนนั้นสะดุดล้มลงกับพื้น ชายร่างใหญ่ที่วิ่งนำหน้าไปได้ไม่ห่างหันกลับมามองร่างของเพื่อนที่ถูกจับเอาไว้
สี่...ปลายมีดในสภาพพร้อมใช้งานแทงเข้าที่ท้องของเหยื่อ
ฉึก!!!!
ห้า...
อ๊ากกกกกกก!!!!
เลือดของเขาถูกไหลย้อนขึ้นกระอักออกมาทางปาก ชายร่างใหญ่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
หก...
ฉึก!!!!
ฉึก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ฉึก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ฉึก!!!!
อ๊ากกกกกกกก!!!!
ปลายมีดถูกแทงซ้ำ ๆ ลงไปที่ตัวของเหยื่ออย่างไม่ทีท่าว่าการกระทำนั้นจะหยุดลง
ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!! เจ็ด
ชะ ช่วยฉันด้วยเสียงอันแผ่วเบาของเหยื่อที่ร้องเรียกให้เพื่อนช่วย ชายร่างใหญ่ก็รู้ดีว่าในสภาพของร่างที่ถูกกระซวกจนพลุนแบบนั้นไม่มีทางรอดไปได้แล้ว หรือบางทีถ้าร่างนั้นยังไปรอด ตัวเขาเองก็คงไม่คิดที่จะย้อนกลับเพื่อเอาชีวิตไปทิ้งโดยที่ทางรอดเดียวของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม
แปด ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”ชายร่างใหญ่ตัดสินใจวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจเพื่อนที่กำลังจะตายอยู่ข้างหลัง
เก้า...คิก คิก คิกเมื่อเจ้าของเกมส์รู้ว่าของเล่นอีกชิ้นกำลังหลุดมือเขาไป เขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากร่างที่หมดลมหายใจไปแล้ว
สิบ...วินาทีสุดท้ายที่เหยื่อเริ่มผลักประตูออกไป
ฉึก!!!!
เหยื่อที่ยังไม่ได้มีโอกาสจะได้ก้าวออกจากประตู ก็ถูกแทงเข้าที่กลางหลัง
เอือก!!!!
มีดที่ถูกแทงจนมิดด้ามถูกกระชากออก เลือดของเขาไหลทะลักออกมาจากบาดแผล ร่างของเขาก็ร่วงลงคากับประตูที่ถูกแง้มไว้

10.24.2554

บทที่ 1


          “นายท่าน เร็ว ๆ สิฮะ”ภาพของเด็กน้อยกำลังวิ่งอย่างร่าเริงไปตามทางเดินเล็ก ๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง รอยยิ้มที่ถูกฉีกออกจนกว้างนั้น ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้ได้ทันทีเลยว่าตอนนี้เขามีความสุขมากเพียงใด
“นี่พอซ วิ่งเร็วไปแล้วนะ เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”ชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาตะโกนบอกเด็กน้อยที่วิ่งนำหน้าด้วยความเป็นห่วง
          “ก็ผมอยากเจอพี่นี่ฮะ ผมน่ะไม่ได้เจอพี่ตั้งมานานแล้ว”เด็กน้อยหันมาตอบด้วยท่าทางที่มีความสุข
          “นายท่านก็มาวิ่งด้วยกันซิฮะ จะได้ถึงเร็ว ๆ ผมน่ะอยากให้นายท่านได้เจอกับพี่”
          ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวตอบอะไร ได้แต่ส่งยิ้มกลับอย่างอ่อนโยนพร้อมกับค่อย ๆ เดินตามหลังเด็กน้อยไป แต่ไม่นานภาพเหล่านั้นก็ค่อย ๆ บิดเบี้ยวและเลือนหายไป กลับกลายมาเป็นภาพของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวแบบเรียบ ๆ ดูคุ้นตาจากมุมไกล เธอกระโดดโลดเต้นไปมาใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่จะหยุดและหันมองเหมือนได้รับรู้ถึงการมาของใครสักคน สายลมจากทิศใต้ถูกพัดปะทะเข้ากับใบหน้าและเส้นผมหยิกยาวอย่างเป็นธรรมชาติ มุมปากที่เรียวเล็กสีกุหลาบอ่อนค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มออกมา เธอจัดเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง ด้วยเสน่ห์แฝงอยู่ในตัวของเธอ ทำให้ยากที่ใครจะถอดสายตาออกจากเธอได้ 
          แต่ไม่นานภาพของเธอก็ค่อย ๆ ไกลขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าภาพนั้นถูกดูดออกไป และกลับกลายเป็นภาพเพลิงสีแดงลุกท่วมอย่างโชติช่วงในพริบตา ตัวอาคารที่เคยเป็นสีขาวถูกย้อมด้วยสีแดงจากเปลวไฟ เสียงโหยหวนจากความทรมานของเหล่าผู้คนที่ถูกความร้อนจากไฟเผาทั้งเป็น
          “แพม!!!!”เจ้าของความฝันสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตกใจ เสียงลมหายใจเข้าออกของเขาทั้งเหนื่อยและอ่อนล้า เสียงหัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ เหงื่อไหลท่วมตัวจนทำให้ผ้าปูที่นอนเปียกชุ่ม เขามักจะเป็นแบบนี้ประจำเมื่อฝันถึงเรื่องในอดีต เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวของเขาในช่วงสามปีก่อน “เช้าแล้ว...”เขาพูดขึ้นด้วยเสียงเหนื่อย ๆ และล้มตัวลงกับเตียงอีกครั้ง ในสมองของเขาตอนนี้กำลังครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในความฝันภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ย้อนกลับเข้ามาในหัว ทำให้ดวงตานั้นเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา

          ตึก ๆ ตึก... เสียงฝีเท้าดังแว่วขึ้นมาจากตรอกทางเดินแคบ ๆ ที่ดูสกปรก เด็กหนุ่มวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อหนีจากสิ่งที่กำลังตามล่าเจ้าตัวอยู่ หัวใจที่สูบฉีดเลือดเร็วขึ้นทำให้ช่วงการหายใจช้าลง เหงื่อไคลที่ไหลออกมาตามซอกคอและแผ่นหลังเริ่มแผ่ไอร้อนออกมาจนทำให้เขาเริ่มรู้สึกอึดอัด สภาพร่างกายไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว เด็กหนุ่มมองซ้ายขวาเพื่อหาที่ซ่อน ก่อนจะไปสะดุดตากับตรอกมืด ๆ ตรอกหนึ่งตรงทางเลี้ยวข้างหน้า
          แฮ่ก ๆ แฮ่ก...เด็กหนุ่มหยุดฝีเท้าลงเพื่อพักเหนื่อยตรงมุมตรอกนั้น ตรอกที่ทั้งมืดและเฉอะแฉะพอที่จะเป็นจุดให้หลบได้สักพัก เขาลดเสียงหายใจให้เบาลงและพยายามเงี่ยหูฟังเสียงของผู้ล่าที่ไล่ตามมา เป็นเวลาอยู่หลายนาทีที่เด็กหนุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพื่อรอให้แน่ใจว่าข้างนอกนั้นไม่มีแม้แต่เสียงหนูสักตัวเดินผ่าน เขาจึงตัดสินใจออกไปและในขณะที่เขาย่างก้าวออกมาจากความมืด
มือขนาดใหญ่ที่ดักรอเขาอยู่ก็เข้ามาล็อคตัวเขาเอาไว้ 
          “หึ แกคิดว่าจะหนีพวกฉันพ้นหรอ”ชายคนหนึ่งในกลุ่มผู้ล่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับชักมีดพกที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาถือไว้
           “แกรู้มั้ย แกน่ะเหมือนกับของขวัญชิ้นโปรดที่พระเจ้าประทานมาให้พวกฉันเลยนะโว้ย”
           เด็กหนุ่มเริ่มคิดว่าเขาไม่น่าจะเดินเข้ามาในตรอกนี้แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์เลย เขาเองก็พึ่งจะอายุไม่เท่าไหร่กลับต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ ยังมีอะไรอีกตั้งมากมายที่เขาอยากจะทำ และไหนจะคนสำคัญที่เขากำลังตามหาอีก น้ำตาของเด็กหนุ่มเริ่มคลอเบ้า ตอนนี้ตัวของเด็กหนุ่มเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัว
“สั่นเชียวนะ แบบนี้ซิฉันจะได้สนุกกับการฆ่าแกมากขึ้น”ชายคนนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มอย่างช้า ๆ จนทำให้เด็กหนุ่มถึงกับตาเบิกโพลงเมื่อเห็นแววคมมีดที่สะท้อนกับแสงจากดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านเข้ามา
          ผู้ล่าค่อย ๆ เข้ามาหาเขา ด้วยความกลัวเด็กหนุ่มเริ่มดิ้นอย่างสุดแรง จนทำให้ชายร่างใหญ่ที่ทำหน้าที่ล็อคตัวเขาเอาไว้ จับเขาไว้ไม่อยู่ เมื่อเด็กหนุ่มหลุดมาจากวินาทีแห่งความเป็นความตายได้ เขาก็วิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต ด้านผู้ล่าเองก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสที่จะปล่อยให้เหยื่อที่นาน ๆ จะเจอทีหลุดมือไปได้ และที่สำคัญพวกเขาก็ไม่อยากจะเสี่ยงปล่อยให้เหยื่อไปปากโป้งบอกตำรวจอีกด้วย ผู้ล่าทั้งห้าชีวิตจึงตัดสินใจไล่ตามเหยื่อไปอย่างบ้าคลั่ง เหยื่อเองก็รู้ดีว่าถ้าเขาคิดจะหนีต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ สุดท้ายก็ไม่รอด ต่อให้เขาหลุดออกมาจากตรอกซอมซ่อนั้นแล้วก็ตาม เขาจึงตัดสินใจมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ร้างที่สุดปลายถนน
          เด็กหนุ่มตัดสินใจปีนข้ามกำแพงสีขาวที่เต็มไปด้วยรากไม้เลื้อย เรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพียงชั่วอึดใจเด็กหนุ่มก็สามารถข้ามไปอีกฟากของกำแพงนั้นได้ ส่วนด้านของผู้ล่าเองที่ตามมาติด ๆ ก็ปีนเข้าไปในคฤหาสน์อย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นกัน

          กุกกัก...กุกกัก ในยามบ่ายของคฤหาสน์ที่เงียบสงัดถูกแทรกขึ้นมาด้วยเสียงของผู้บุกรุกที่อยู่ชั้นล่างดังขึ้นไปยังด้านบนรวมไปถึงห้องตรงทางเดิน
          แม้จะเข้าสู่ช่วงเวลาบ่ายของวันแล้ว แต่ร่างของชายผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์ยังคงนอนนิ่งอยู่กับเตียงไม่ขยับลุกไปไหน จนเมื่อเสียงกุกกักที่อยู่ชั้นล่างแทรกเข้ามาในหูของเขา และทำให้เขารู้ได้ทันทีถึงการมาของแขกในบ่ายวันนี้ แม้ว่าแววตาของเขาจะยังดูเลื่อนลอยและว่างเปล่าอยู่ แต่รอยยิ้มของเขาค่อย ๆ ถูกแสยะออก เนื่องจากแขกที่มาในคฤหาสน์ครั้งนี้ดูจะต่างออกไปจากทุกที
          ร่างที่นอนนิ่งอยู่ในตอนแรกเริ่มขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปจากห้อง
          เขาเดินไปตามทางเดินในคฤหาสน์ที่ถูกปูด้วยพรมแดงสีเลือดนกยาวไปถึงบันไดด้านล่าง บริเวณทั้งสองด้านของผนังมีรูปภาพเขียนต่าง ๆ ตั้งแต่รูปของวิวทิวทัศน์ไปจนถึงภาพของบุคคลต่าง ๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ชายและหญิง รูปเหล่านั้นถูกกรีดด้วยของมีคมจนขาดรุ่งริ่งและโดยเฉพาะกับรูปขนาดใหญ่กรอบทองโบราณของสุภาพสตรีรูปหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่ถูกกรีดให้ขาด แต่กลับถูกกรีดจนดูแทบไม่ออกว่าเป็นใคร เมื่อเดินไปจนสุดทางเดินจะเห็นชุดเกราะของอัศวินถูกนำมาจัดวางเอาไว้ขนาบกับทางเดิน ในมือของชุดเกราะอัศวินแต่ละตัวนั้น มีทั้งดาบ ขวาน ลูกตุ้มหนามและอื่น ๆ อีกมากมาย
          เสียงฝีเท้าได้เงียบลงเมื่อเขาไปหยุดอยู่ตรงหน้าของชุดเกราะอัศวินตัวหนึ่ง เขายืนนิ่งมองอาวุธในมือของอัศวินอย่างครุ่นคิด ก่อนที่จะเริ่มขยับตัวเมื่อได้คำตอบจากสิ่งที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ มือของเขาค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบขวานเงินที่ถูกสอดอยู่ในมือของอัศวินออกมา

          “นี่พวกแก แยกย้ายกันหา ไอ้เด็กนั้นหนีไปไหนไม่พ้นหรอก”เมื่อหัวหน้าสั่งบรรดาลูกน้องก็เริ่มจัดการแยกย้ายกันออกค้นหาเหยื่อ
          ผู้ล่าคนหนึ่งเลือกที่จะแยกออกจากกลุ่มขึ้นมาด้านบนเพียงคนเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่าเวลาแบบนี้ตัวเองคงจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างไม่มากก็น้อย 
          เขาเริ่มเดินไปตามทางเดินที่ถูกปูด้วยพรม สีหน้าของเขาค่อย ๆ เบิกบานขึ้นเมื่อเขาจินตนาการว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเขาได้เป็นเจ้าของที่นี่ เขาจะได้นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนกองสมบัติ ทรัพย์สินบางชิ้นของที่นี่ถ้านำมันไปขายสักชิ้นสองชิ้นก็คงจะเป็นค่าซ่อมแซมคฤหาสน์นี้ได้ทั้งหลัง ตอนนี้เขาที่กำลังอยู่ในภวังค์จนแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองนั้นกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร
          เป็นเวลาพักหนึ่งกว่าชายหนุ่มที่กำลังเพ้อฝันนั้นจะตื่นจากภวังค์ และเขาเองก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าตรงหน้าของเขานั้นมีใครบางคนกำลังยืนขวางอยู่ 
ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะยืนจ้องมองเขาอยู่เป็นเวลานานและเขาเองก็ถึงกับสะดุ้ง เมื่อเห็นขวานเงินที่อยู่ในมือของชายคนนั้น ตาของเขาได้สบเข้ากับแววตาที่เลื่อนลอยและว่างเปล่าคู่นั้น ก่อนที่รอยยิ้มจะถูกแสยะออก ดวงตาที่ค่อย ๆ เบิกกว้าง
          ทีละน้อย
          ทีละน้อย
          ยามที่เขาเริ่มก้าวเดิน
          ตึก ๆ  ตึก ๆ 
          เสียงหัวใจของแขกผู้มาเยือนเริ่มเปลี่ยนจังหวะการเต้น หน้าตาที่เคยเบิกบานของเขากลับเปลี่ยนเป็นซีดเผือกตามการเต้นของหัวใจ ทุกอย่างรอบตัวของเขาเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง มีเพียงแต่ชายตรงหน้าเท่านั้นที่เคลื่อนไหวเร็วขึ้น ไม่นานระยะห่างก็เหลือเพียงน้อยนิด
           ฉึก!!!! 
          และเสี้ยววินาทีนั้นคมขวานก็ถูกง้างขึ้นและจามเข้าที่บ่าของเขาถากไปถึงต้นคอ
          อ๊ากกกกกก!!!!
          เขาร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดและทรมาน เลือดของเขาไหลทะลักออกมา ขาที่ไร้เรี่ยวแรงค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ลมหายใจของเขารวนรินพร้อมกับเหงื่อไหลพรากเต็มตัวผสมปนเปไปกับเลือดสด ๆ ที่อาบอยู่บนเสื้อของเขา ประสาทการรับรู้ต่าง ๆ เริ่มทื่อไปหมด ภาพสุดท้ายก่อนที่ความมืดจะเข้ามาครอบงำคือภาพดวงตาที่เบิกกว้างของผู้ที่มอบความทรมานนี้ให้กับเขา
          ดวงตาที่เบิกกว้างจ้องมองร่างที่ใกล้จะสิ้นลมในไม่ช้า รอยยิ้มบนใบหน้าที่มีตั้งแต่แรกถูกฉีกให้กว้างขึ้น ตัวของเขาเริ่มสั่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวเขาไม่ได้สั่นเพราะรู้สึกความกลัว แต่มันเป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทำมันและอยากจะทำอีก การที่ได้เห็นเลือดของเหยื่อมันทำให้เขาเกิดแรงกระตุ้น สภาพของเขาในตอนนี้มันไม่ได้ต่างอะไรกับปีศาจที่กระหายเลือด
          “คิก คิก คิก คิก”มือที่สั่นไม่หยุดของเขาเริ่มเอื้อมไปหยิบขวานเงินที่ถูกฝังติดร่างท่วมเลือดนั้น
           ฉึก!!!! 
          เขาจัดการกระชากมันออกมาอย่างแรง ทำให้ลมหายอันรวนรินนั้นดับลง
          “คิก คิก คิก คิก ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!”เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วทางเดินชั้นสอง  เสียงหัวเราะที่กั้นเอาไว้ถูกระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางของเขาในตอนนี้ราวกับคนเสียสติและดูน่าขยะแขยง

10.19.2554

บทนำ

บทนำ


          ณ คืนที่มืดมิด ซึ่งมีเพียงแสงจันทร์เท่านั้นที่ถูกสาดส่องมากระทบกับผนังปูนด้านนอก รากไม้ที่พันธนาการช่วงตึกไว้ และรวมไปถึงภายในของสถานที่แห่งนั้น แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างทำให้เห็นบางส่วนในตัวคฤหาสน์ที่มืดมิด
          แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะจัดเป็นคฤหาสน์สองชั้นที่ใหญ่พอตัว แต่ด้วยความเงียบของที่นี่ ถ้าลองตั้งใจฟังดี ๆ จะได้ยินเสียงเพลงดังออกมาจากห้องตรงทางเดินชั้นบน ซึ่งเป็นห้องเดียวในคฤหาสน์ที่มีแสงจากเปลวเทียนถูกจุดเอาไว้
          ภายในห้องมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น ทั้งเศษข้าวของแตกกระจาย หมอนถูกกรีดแทงจนนุ่นข้างในหลุดทะลักออกมา ผ้าม่านบางมุมขาดแหว่งจากการกระชาก รวมไปถึงข้าวของบางชิ้นในห้องที่มีรอยคราบเลือดแห้ง ๆ เปื้อนอยู่

          ...เสียงหัวใจที่ยังคงเต้น

          เสียงฮัมเพลงเบา ๆ ดังมาจากเก้าอี้รับแขกทรงโบราณตัวใหญ่ซึืงจับหันหน้าออกไปทางระเบียง

          สายลมที่เคยพัดผ่านตัวฉันและเธอ ฉันยังคงจำมันได้
          อยากจะพบเธออีกสักครั้ง

          เพลงถูกหยุดร้องไปชั่วขณะเหมือนกับแผ่นจากเครื่องเล่นเพลงสะดุด แสงจากดวงจันทร์สะท้อนเข้ากับใบหน้าของเจ้าของเสียง ใบหน้าเรียวรับกับผมสีดำมัดยาวถึงกลางหลัง รวมไปถึงผมด้านหน้าที่ปัดไปทางซ้าย เพื่อปกปิดตำแหน่งของผ้าพันแผลที่พันปิดตาไว้อย่างลวก ๆ ตาข้างขวาซึ่งยังคงใช้การได้จ้องมองแสงจันทร์อย่างเลื่อนลอยด้วยแววตาอันเศร้าสร้อย

          กลับมาเถอะ ความรักของฉัน

          ความเงียบถูกทำลายลงด้วยเนื้อเพลงท่อนสุดท้าย น้ำตาของเขาไหลออกมาจากนัยน์ตาขวาด้วยความรู้สึกที่เจ็บแค้นและเกลียดชังต่อโชคชะตา

          เมี้ยว...ว... เสียงของสัตว์ที่เหมือนจะหลงเข้ามาในคฤหาสน์ร้องขึ้น ปลุกให้ชายผู้ตกอยู่ในภวังค์รู้สึกตัว เขาหันไปดูเจ้าตัวต้นเสียงด้วยสายตาที่เลื่อนลอยและว่างเปล่า นัยน์ตาที่ยังใช้การได้นั้นสบตาเข้ากับดวงตาสีเหลืองโตในเงามืด


       เจ้าของร่างบนเก้าอี้ค่อย ๆ ลุกขึ้น และเดินตรงเข้าไปหาเจ้าของดวงตาที่จ้องมองเขาอยู่ เท้าทั้งสองย่างก้าวอย่างช้า ๆ จนไปหยุดอยู่ตรงหน้า เขาและมันตอนนี้อยู่ห่างกันถีบตัว เจ้าสัตว์สี่เท้าตัวดำยังคงไม่ขยับไปไหน ไม่ใช่เพราะว่ามันอยากจะอยู่ประจันหน้ากับผู้ชายคนนี้ แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้มันไม่สามารถจะถอดสายตาและขยับตัวไปไหนได้
       มือและนิ้วเรียวยาวทั้งห้าเอื้อมออกไปกุมเข้าที่คอของมัน อุ้งเท้าน้อย ๆ ลอยขึ้นเหนือจุดยืน ดวงตาเหลืองโตก้มมองพื้นที่ห่างออกไป ก่อนมันจะแหงนมองชายตรงหน้าอย่างงุงงงด้วยรูม่านตาที่ขยายกว้างขึ้นเมื่อต้องกับแสงสีนวลของดวงจันทร์ ท่าทางเย็นชาและสายตาที่จ้องมองมา ทำให้มันไม่อาจคาดเดาความคิดและการกระทำต่อไปของชายผู้นี้ได้
เมี้ยวววววววววว!!!!
      แต่แล้วจู่ ๆ เจ้าสัตว์สี่เท้าก็ถึงกับร้องเสียงหลงและตะเกียดตะกายอย่างทรมาน ทันทีที่มือนั้นออกแรงบีบ มันรู้สึกราวกับว่ากระดูกของมันจะแหลกลงให้ได้ เจ้าของอุ้งมือเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น และ มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่ปรานี
   “คิก คิก คิก คิก”เขาเริ่มแสยะยิ้มออกมา แววตาที่เคยดูเลื่อนลอยและว่างเปล่าเริ่มเบิกกว้างและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีเหลืองที่ดูกระวนกระวายและหวาดกลัว “คิก คิก คิก คิก...”เสียงหัวเราะค่อย ๆ ดังขึ้น ท่าทีของเขาเริ่มแปลกไปอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าเขากำลังสนุกอยู่กับมัน “คิก คิก คิก เจ็บใช่มั้ยล่ะ...คิก คิก คิก”เขายังคงบีบคอมันอยู่ แต่ไม่ได้ออกแรงมากขึ้นหรือเบาลงราวกับว่า เขาอยากจะให้มันฟังในสิ่งที่เขากำลังจะพูด
      “คิก คิก คิก คิก แกน่ะไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับต้องมาโดนแบบนี้ คิก คิก คิก...” หลังจากหัวเราะค้างอยู่พักหนึ่ง รูปปากค่อย ๆ คลายกลับสู่สภาพเดิม เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย พร้อมกับเสียงหัวเราะกึ่งครางที่ฟังแล้วชวนขนลุกก็เงียบหายไป หลังจากที่เว้นช่วงพูดได้ไม่นาน ปากที่ปิดจนสนิทไปแล้วก็เริ่มขยับพูดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เสียงที่ออกมานั้น กลับดูแผ่วเบาซะจนเกือบจะไม่ได้ยิน “โลกนี้มันโหดร้าย ส่วนแกมันก็แค่โชคไม่ดีที่หลงเข้ามาที่นี่”เขาเริ่มออกแรงบีบคอเจ้าแมวดำอีกครั้ง “ถ้าจะโทษใครสักคน ก็คงต้องโทษพระผู้เป็นเจ้าที่ไม่อาจนำพาชีวิตของแกให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปได้”
      กึก!!!! และนั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เจ้าแมวดำโชคร้ายนั้นจะได้ฟัง หลังจากที่ได้ฟังจนจบประโยค รอยยิ้มแสยะก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหนึ่งชีวิตที่ดับลงในมือของชายที่มันพึ่งจะได้พบ มือข้างที่ถือร่างไร้ชีวิตของเจ้าแมวดำโชคร้ายค่อย ๆ คลายมือออกและปล่อยให้ร่างของเจ้าสัตว์สี่เท้าร่วงลงสู่พื้นอย่างไม่ใยดี เขามองดูมันก่อนจะเอื้อมมือของตนไปปิด
เปลือกตาของร่างไร้ชีวิตนั้นลง